
The Cool Kids สะท้อนถึงกัญชา ดนตรี และอัลบั้มล่าสุด 'Hi Top Fade'
The Cool Kids, Chuck Inglish และ Sir Michael Rocks สำรวจความสัมพันธ์ที่ยาวนานหลายทศวรรษกับกัญชาและอิทธิพลที่มีต่อดนตรีของพวกเขา รวมถึงอัลบั้มล่าสุด 'Hi Top Fade.'
Key Points
- 1Chuck Inglish และ Sir Michael Rocks จาก The Cool Kids แบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับกัญชา
- 2อัลบั้มล่าสุด 'Hi Top Fade' สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่องกับกัญชา
- 3กัญชาได้มีบทบาทสำคัญในกระบวนการสร้างสรรค์และดนตรีของพวกเขา
- 4The Cool Kids เผชิญกับความท้าทายทั้งในชีวิตส่วนตัวและอาชีพ แต่ยังคงยืนหยัด
- 5ทัศนคติของสังคมต่อกัญชาได้พัฒนาไป ส่งผลต่อประสบการณ์การสูบในที่สาธารณะของพวกเขา
ในช่วงปลายปี 1990 Chuck Inglish จาก The Cool Kids ได้พบกับกัญ zum ที่งานวันเกิดของเพื่อนในโรงเรียนมัธยม โดยมีเพื่อนร่วมชั้นและเสียงเพลงจาก No Limit Records อยู่รอบตัว เขาได้รู้จักกับอุปกรณ์สูบที่ทำขึ้นเองจากกระป๋อง Miller Lite ช่วงเวลานี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ยาวนานหลายทศวรรษกับกัญชา ซึ่งมีอิทธิพลต่อทั้งชีวิตส่วนตัวและอาชีพดนตรีของเขา ประสบการณ์นี้ทำให้ Chuck สัญญากับตัวเองว่าจะสำรวจผลกระทบของกัญชาต่อไป
Sir Michael Rocks เพื่อนและผู้ร่วมงานของ Chuck มานาน ได้สัมผัสกับกัญชาเป็นครั้งแรกเมื่อไม่กี่ปีต่อมาในปีที่สองของเขาในโรงเรียนมัธยม สถานที่คือการขับรถเล่นใน Oldsmobile เก่าของเพื่อน พร้อมด้วยมิกซ์เทปของ Lil Wayne และ Philly blunt คืนนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและของว่าง จบลงด้วยการเดินทางที่น่าจดจำไปยัง Burger King การพบกันครั้งแรกกับกัญชาทำให้ Mikey ประทับใจอย่างมาก จนทำให้เขาต้องการหามันเพิ่มเติมในวันถัดไป
ในฐานะ The Cool Kids Chuck และ Mikey ได้ถักทอประสบการณ์ส่วนตัวกับกัญชาเข้าไปในดนตรีของพวกเขา จนกลายเป็นผู้นำทางในฮิปฮอปที่มีเสียงเฉพาะตัว อัลบั้มล่าสุดของพวกเขา 'Hi Top Fade' ที่ปล่อยออกมาใต้สังกัด Fool's Gold Records ของ A-Trak ยังคงสืบทอดประเพณีนี้ อัลบั้มนี้เป็นการติดตามผลงานในปี 2022 ซึ่งเป็นซีรีส์สามส่วนที่ชื่อว่า 'Before Shit Got Weird' แม้ว่าทั้งสองศิลปินจะเผชิญกับความท้าทายมากมายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รวมถึงการสูญเสียส่วนตัวและปัญหาทางการเงิน แต่ความสัมพันธ์และความรักร่วมกันในดนตรีและกัญชาช่วยให้พวกเขายืนหยัดต่อไป
กัญชาได้มีบทบาทที่ซับซ้อนในกระบวนการสร้างสรรค์ของ The Cool Kids แม้ว่า Chuck จะพยายามเลิกสูบในอดีต แต่เขาพบว่าความคิดสร้างสรรค์ของเขาเจริญรุ่งเรืองเมื่อเขากลับมาสูบ เขาได้ทดลองเลิกสูบในระหว่างการย้ายไปไมอามี แต่พบว่างานที่ดีที่สุดของเขามักเกิดขึ้นเมื่อเขายอมรับกัญชาอีกครั้ง การตระหนักนี้ทำให้เขาเห็นว่ากัญชาเป็นส่วนสำคัญของการแสดงออกทางศิลปะของเขา ช่วยเพิ่มความสามารถในการผลักดันขอบเขตความคิดสร้างสรรค์
มองไปข้างหน้า Chuck และ Mikey ยังคงเปิดกว้างในการนำเสนอการอ้างอิงเกี่ยวกับกัญชาในดนตรีของพวกเขา พวกเขาเชื่อว่าสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เช่น สถานที่พักผ่อน อาจกระตุ้นให้พวกเขาสำรวจผลกระทบของกัญชาในเนื้อเพลงของพวกเขาเพิ่มเติม แม้ว่า 'Hi Top Fade' จะไม่เน้นการอ้างอิงถึงกัญชาอย่างหนัก แต่คู่หูนี้ก็ยอมรับถึงอิทธิพลของกัญชาต่อเสียงเพลงของพวกเขาและศักยภาพในการสำรวจในอนาคต
การเดินทางของ The Cool Kids กับกัญชาสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในทัศนคติต่อกัญชา Chuck กล่าวว่าการสูบในที่สาธารณะ เช่น การแข่งขันของ Detroit Tigers ไม่ได้เป็นเรื่องต้องห้ามเหมือนเมื่อก่อน ประสบการณ์ของพวกเขาเน้นย้ำถึงการยอมรับทางวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของกัญชาและการบูรณาการเข้ากับชีวิตประจำวัน ขณะที่พวกเขายังคงเดินหน้าต่อไปในอาชีพของพวกเขา ความสัมพันธ์ของ Chuck และ Mikey กับกัญชายังคงเป็นเครื่องยืนยันถึงผลกระทบที่มีต่อชีวิตและศิลปะของพวกเขา